ศัพท์ต้องรู้ CyptoCurrency ?

* Annual percentage rate (APR) คือค่าอัตราดอกเบี้ยในการปล่อยกู้ยืม หรือการลงทุนปล่อยกู้จากสินทรัพย์นั้น ซึ่งจะบอกเปอร์เซ็นต์ที่ได้กำไรในแต่ละปี มีอีกค่าที่คล้ายกันคือ Annual Percentage Yield (APY) การประกาศประชาสัมพันธ์การลงทุน ตัวเลข APY จะช่วยในการดูผลตอบแทนได้ง่ายขึ้น หากตัวเลข APY สูง ๆ แน่นอนว่าได้ผลตอบแทนที่ดี แต่ก็ตามมาด้วยความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกัน

An automated market maker (AMM) คือ โปรโตคอลที่ decentralized exchanges (DEX) เรียกใช้งาน ในการกำหนดราคาของเหรียญ ผ่านกระบวนการทางคณิตศาสตร์ แทนการใช้ ระบบ order book แบบเดิม ที่ใช้โดย centralized exchanges (CEX).

ADDRESS คือ ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ที่อยู่ของบัญชีเงินดิจิตอล ใช้สำหรับรับส่งเงินดิจิตอล คล้ายๆ เลขบัญชีธนาคาร

ALTCION คือ เงินดิจิตอลสกุลอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Bitcoin เช่น Litecoin Ethereum

AML คือ ย่อมาจาก Anti-Money Laundering (AML) ต่อต่านการฟอกเงิน

ASIC คือ An Application Specific Integrated Circuit (ASIC) เป็นชิพพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานเฉพาะทาง สามารถพบได้ในอุปกรณ์ทั่วไปอย่างมือถือ แต่เป็นที่รู้จักกันดีในเครื่องขุด Bitcoin

ASIC MINER คือ Application Specific Integrated Circuit Miner เครื่องขุดเฉพาะทางที่ มีประมวลผลมากกว่า CPU/GPU มหาศาล

BITCOIN PRICE INDEX (BPI) คือ Bitcoin Price Index, คิดค้นโดย Coin Desk โดยแสดงราคาเฉลี่ยของ Bitcoin จากตลาดทั่วโลก

BITPAY คือ หนึ่งใน Payment Channel ของการจ่ายเงินด้วย Bitcoin

BITSTAMP คือ BitStamp คือหนึ่งใน Cryptocurrency Exchange ที่เติบโตเร็วที่สุด

BLOCKCHAIN คือ เป็นวิธีการเก็บข้อมูลที่ใช้ในเงินดิจิตอลแทบทุกชนิด โดยข้อมูลจะเรียกต่อกับเป็น Block แต่ละ Block จะอ้างอิงถึงกันทำให้ไม่สามารถย้อนไปแก้ไข Block ก่อนๆ ได้

BLOCK REWARD คือ ตัวช่วยยืนยันการทำธุรกรรม

BTC คือ ตัวย่อของสกุลเงิน Bitcoin เหมือน USD THB.

BX คือ กระดานเทรดเงินดิจิตอลแห่งแรกในไทย

* Collateral คือ สินทรัพย์ที่ใช้ในการรับประกันเงินกู้ ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการกู้เงินไปลงทุน คนปล่อยกู้ก็ต้องการหลักประกันว่าเงินที่ปล่อยกู้ไปจะไม่สูญหายไป คนที่กู้ อาจจะเอา บ้าน (คือ Collateral) มาใช้ในการคำประกันเงินกู้ ในโลกของ DeFi นั้น คนที่จะมาขอกู้ยืมสามารถใช้ เหรียญ เช่น ETH, BTC เป็น collateral ในการคำประกัน เพื่อขอกู้ยืมเงินได้

ตัวอย่าง
คำถาม: ในเมื่อการปล่อยกู้ หากเรามีเหรียญ BTC อยู่แล้วทำไมต้องมากู้อีก?
ตอบ: เราสามารถใช้เหรียญที่มีอยู่ เพื่อเพิ่มกำลังในการลงทุนได้

กล่าวคือ เราสามารถกู้ไปลงทุนเพิ่มเติม เช่น เรามีอยู่ 100 BTC แทนที่จะลงทุน 100 BTC แต่ต้องการไปลงทุน 200 BTC เราก็เอา 100 BTC ไปค้ำประกัน (Collateral) ไว้

หากเราลงทุนสำเร็จ (ต้องเป็นการลงทุนผ่าน smart contract เช่น การ trade, ปล่อยกู้ต่อ เป็นต้น) เราก็จะได้ เงินต้นคืน และเสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อยในการลงทุนนิดหน่อยตามแต่ข้อกำหนดของผู้ให้บริการ ปล่อยกู้

แต่หากเราลงทุนแล้ว ขาดทุนในโลกของ DeFi นั้น สามารถตรวจสอบได้ว่า หากเจ้าของเหรียญมี เหรียญเหลือน้อยกว่าที่กำหนด เช่น ลงทุน 200 BTC แต่ระหว่างนั้นขาดทุนไป จาก 200 BTC เหลือเพียง 130 BTC ระบบจะทำการยกเลิกการปล่อยกู้ หักค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย (สมมติว่าค่าธรรมเนียม 5BTC) ดังนั้นคืนเงินที่เหลือ นักลงทุนอาจจะเลือกเพียง 25 BTC เป็นต้น

 CLIENT คือ โปรแกรมที่ต่อกับฮาร์ดแวร์หรือระบบ Lite Client ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับโอนเงินดิจิตอลโดยไม่จำเป็นต้องโหลด Blockchain

CONFIRMATION คือ การยืนยันว่าธุรกรรมนั้นถูกต้องในแต่ละบล็อค เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกรรมมีความถูกต้อง โดยทั่วไปจะมีตั้งแต่ 0-6 Confirm

CONSENSUS คือ การเห็นด้วยกับระบบ

CPU คือ Central Processing Unit เป็นฮาร์ดแวร์ที่สามารถนำมาใช้ขุดเงินดิจิตอลได้ และมันเคยใช้ขุด Bitcoin ในสมัยแรกๆ

CRYPTOCURRENCY คือ สกุลเงินที่เข้ารหัสทางคณิตศาสตร์เพื่อความปลอดภัย หรือเงินดิจิตอลในทุกวันนี้อย่าง Bitcoin และ Ethereum

CRYPTOGRAPHY คือ กระบวนการเข้ารหัสทางคณิตศาสตร์ในการสร้างความปลอดภัยแก่ข้อมูล

DDOS คือ การโจมตีในเน็ตเวิร์คที่จะยิง Traffic เข้ามาที่ Brandwidth ของเป้าหมายเพื่อก่อกวนหรือทำให้ระบบล่มและปัญหามากในระบบ Centralized หรือเงินดิจิตอลที่มีกำลังขุดน้อย

* DECENTRALIZED คือ ระบบที่ไม่มีตัวกลางซึ่งเป็นรูปแบบของเงินดิจิตอลแทบทุกชนิด

DeFi ย่อมาจาก “Decentralized Finance” ซึ่งหมายถึงระบบนิเวศน์ทางด้านคริปโต ที่ให้บริการระบบการเงินแบบกระจาย โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน

DEFI Pulse เป็นเว็บไซต์ที่แสดงข้อมูลการวิเคราะห์ของ DeFi protocol โดยการจัดลำดับจำนวนของสินทรัพย์ในตลาด DeFi ที่ถูกล็อคไว้ สามารถตรวจสอบได้ นักลงทุนสามารถเข้ามาซื้อขาย แลกเปลี่ยน ทำกำไรได้ตลอดเวลา หลายแห่ง ไม่จำเป็นต้องมีการยืนยันตัวตน (KYC) ก่อนด้วย

DIFFICULTY คือ ค่าความยากในการขุดเงินดิจิตอล โดยเงินดิจิตอลนั้นจะมีอัตราการเกิดที่แน่นอน เมื่อมีคนเข้ามาขุดเงินดิจิตอลมากขึ้นหรือลดลงค่านี้จะถูกปรับเพื่อให้เงินดิจิตอลผลิตออกมาในอัตราคงที่

DOUBLE SPENDING คือ ปัญหาการนำเงินดิจิตอลไปใช้สองครั้ง เนื่องจากเงินดิจิตอลเป็นข้อมูลทางดิจิตอลที่มี โอกาสปลอมแปลงได้ง่ายเป็นเหตุผลที่การโอนเงินดิจิตอลต้องมีการ Confirm มากกว่า 

EXCHANGE คือ ตลาดแลกเปลี่ยนซึ่งในที่นี้หมายถึงเว็บไซค์ หรือตลาดใดๆ ที่สามารถแลกเปลี่ยน Cryptocurrency ได้

FAUCET คือ การแจกเงินดิจิตอลให้กับผู้ใช้ มักจะถูกใช้ในเงินดิจิตอลสกุลใหม่ๆ หรือเงินดิจิตอลที่ต้องมีเงินในบัญชีก่อนถึงจะใช้ระบบได้เช่น Burst

* FIAT CURRENCY คือ เงินสกุลทั่วไป เช่น ดอลล่าร์ เยน บาท หยวน 

FORK คือ การแตกตัวของสายโซ่ Blockchain มักเกิดขึ้นได้เมื่อในการพัฒนาระบบใหม่ของเงินดิจิตอล

GENESIS BLOCK คือ Block แรกของ Blockchain

GPU คือ Graphical Processing Unit, หรือการ์ดจอของคอมพิวเตอร์ซึ่งมีความสามารถในการขุดเงินดิจิตอล

GOX คือ ตลาดแลกเปลี่ยน BTC

HASH คือ การเข้ารหัสซึ่งถูกใช้ในธุรกรรมของเงินดิจิตอล

HASH RATE คือ อัตราส่วนในการไขโจทย์ที่ใช้ในการยืนยันธุรกรรมของเงินดิจิตอล

HASHES/SEC คือ ระบบการเข้ารหัสหรือไขรหัสต่อวินาที

* Impermanent loss ใน staking หรือ yield farming โดยที่นักลงทุน อาจจะขาดทุนจากการลดค่าของดอลล่าห์ เทียบกับสินทรัพย์ลงทุนตอนเริ่มต้น เมื่อนักลงทุนต้องการจะถอนการลงทุนจาก Liquidity pool

ตัวอย่างเช่น ลงทุน 1 BTC (สมมติว่า 1 BTC = 100 USD) หลังจากลงทุนผ่านไป ช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะได้กำไรจากการลงทุนมา 1.2 BTC แต่ในช่วงเวลาที่ถอนการลงทุน หาก 1 BTC มีค่าเหลือ 80 USD กลายเป็น พอเลิกจากการลงทุน แทนที่จะได้ 120 USD กลายเป็นได้เพียง 96 USD แทน

ความแตกต่างจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินในช่วงเวลาที่เริ่มต้นลงทุน กับ ตอนที่จะถอนการลงทุนออกจาก pool ถูกเรียกว่า impermanent lost จะหายไป ถ้าหากอัตราความแตกต่างของสินทรัพย์ที่ใช้ในการ stake หรือ yield farming กลับมาเท่ากันหรือใกล้เคียงกับอัตราตอนเริ่มต้นลงทุน 

* KYC คือ Know Your Client หรือกระบวนการเก็บข้อมูลผู้ใช้ในระบบ

* Liquidity Provider (LP) คือ ผู้ที่ให้บริการสินทรัพย์เข้าไปในระบบของ decentralized exchange ใน liquidity pool เพื่อที่จะให้บริการสภาพคล่องทางสินทรัพย์ของ คนที่ต้องการลงทุน (trade) ในแพลตฟอร์มนั้น

Liquidity providers จะได้รับค่าธรรมเนียมจาก pool (คลังสินทรัพย์) เป็นค่าตอบแทน สำหรับการสนับสนุนการให้บริการนี้ เช่นของ Uniswap คิดค่าธรรมเนียมในการให้บริการอยู่ที่ 3% จากทุกรายการที่มีการใช้บริการ pool นี้

ตัวอย่าง เราสามารถให้บริการสภาพคล่องสำหรับคนที่ต้องการลงทุนระหว่าง BNB กับ TWT บน  โดยกลายเป็นผู้ให้บริการสภาพคล่อง ซึ่ง PancakeSwap เรียกว่า ฟาร์ม (farm)

LITECOIN คือ เงินดิจิตอลที่ใช้อัลกอริทึ่ม Scrypt

MBTC คือ หน่วยย่อยของ Bitcoin มีค่าเท่ากับ 0.001 BTC

MINING คือ การขุดหรือการช่วยยืนยันธุรกรรมในระบบ Blockchain และเป็นการสร้างเหรียญใหม่ๆ ในเงินดิจิตอลหลายๆ ชนิด

* NODE คือ คอมพิวเตอร์ที่ต่อกับเน็คเวิร์กของเงินดิจิตอลทำให้ระบบยังดำเนินการได้ ในวงการเงินดิจิตอลหมายถึงคอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูล Blockchain

NONCE คือ ข้อมูลหรือตัวเลขที่สุ่มขึ้นมาใช้เป็น Input ของการเข้ารหัสของ Block

ORPHAN BLOCK คือ Block ที่เกิดจากการ Fork และกลายเป็นสายโซ่ที่ไม่ถูกยอมรับจากโซ่หลัก

* OTC EXCHANGE คือ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอลระหว่างบุคคลต่อบุคคล โดยไม่อาศัยตัวกลาง

* P2P คือ Peer-to-Peer การมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ก็ตามระหว่างคนสองคนไม่จำเป็นต้องใช้ตัวกลาง

* PAPER WALLET คือ เป็นวิธีเก็บ Private Key ที่ปลอดภัย

* POOL คือ กลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวกันของนักขุดเพื่อขุดเงินดิจิตัลและแบ่งส่วนแบ่งกัน

* PRIVATE KEY คือ เป็นรหัสที่เปรียบเสมือนรหัสผ่านของบัญชี Bitcoin เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ต้องรักษา

* PROOF OF STAKE คือ เป็นวิธีการอีกตัวเลือกที่ออกแบบมาแก้ไข Proof of work โดยใช้การวางเงินค้ำประกันแทนการใช้พลังประมวลผล

* Proof of Stake ( POS )เป็นกลไกในการอนุญาตให้แต่ละคนตรวจสอบรายการธุรกรรมผ่านเหรียญที่อยู่ในเชนนั้น เพื่อใช้เป็นหลักประกัน โดยคนที่จะตรวจสอบรายการธุรกรรมจะต้องนำเหรียญไปวางไว้ (stake) หากธุรกรรมถูกต้อง คนที่ลงหลักประกันก็จะได้ผลตอบแทนตามสัดส่วนที่ลงทุนไว้ กระบวนการ PoS ถูกสร้างมาเพื่อใช้แทนกระบวนการ PoW ที่เป็นกระบวนการลงมติของ Bitcoin ซึ่งมีปัญหาเรื่องความล่าช้าในการตรวจสอบ

* PROOF OF WORK คือ วิธีที่เป็นแนวคิดในการขุดเงินดิจิตอล โดยแปลว่าคนที่ทำมากจะได้รางวัลไป ในวงการเงินดิจิตอลหมายถึงการนำพลังประมวลผลมาใช้ขุดเงินดิจิตอล

* Proof of Work เป็นกระบวนการทำงานแรกเริ่มที่ใช้ใน Bitcoin ในการให้คนแข่งขันกันแก้ไข คำตอบของสมการคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน เพื่อใช้ในการตรวจสอบรายการธุรกรรมที่เกิดขึ้น โดยคนที่สามารถหาคำตอบได้ถูกต้องเป็นคนแรกจะได้รางวัลจากการหาคำตอบ กระบวนการนี้ มีไว้เพื่อป้องกันรายการธุรกรรมที่ไม่ถูกต้อง ถูกปลอมแปลง รวมถึงการป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่เก็บไว้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ง่าย

* PUBLIC KEY คือ เปรียบเสมือนชื่อบัญชีธนาคารที่เอาไว้เป็นที่อยู่ในการรับส่งเงินใช้คู่กับ Private key ยืนยันสิทธิในการเป็นเจ้าของบัญชี

* Slippage คือ ความแตกต่างระหว่างราคาที่คาดหวังในการซื้อขายสินทรัพย์นั้น กับราคาจริงที่เกิดขึ้นระหว่างการทำธุรกรรม ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ปรกติตามช่วงเวลาหากสินทรัพย์นั้นในตลาดมีความต้องการสูง ในระหว่างช่วงเวลาที่กำลังทำธุรกรรม อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ หลายแพตฟอร์มพยายามทำให้สูงสุดของการเกิด slippage มีค่าน้อยลง ทำให้การซื้อขายสินทรัพย์นั้น จะได้ราคาที่ใกล้เคียงกับราคาที่คาดหวังไว้มากที่สุด

Trust Wallet ได้รวม Uniswap and Pancake into the wallet ทำให้ผู้ใช้จะได้ราคาใกล้เคียงความจริงมากขึ้น เมื่อมีการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์กันโดยตรงผ่านแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ

* Staking เป็นกระบวนการที่นักลงทุนแต่ละคนนำสินทรัพย์ของตัวเองมาล็อคไว้ในระบบเพื่อเป็นรางวัล คล้ายกับการทำ Yield farming แต่วัตถุประสงค์ของการทำ Staking มีไว้สำหรับ การตรวจสอบรายการธุรกรรมในระบบเครือข่าย (ในการทำ Proof-of-Stake) ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมจะถูกกระจายไปยังนักลงทุนที่เป็นพยานในการทำธุรกรรม หรือ Staking นั่นเอง เป็นโอกาสในการทำกำไรให้มีรายได้แบบ passive income โดยการ staking ด้วยเหรียญที่เราเป็นเจ้าของอยู่

*Stable coins คือ สกุลเงินดิจิทัลที่มีค่า อ้างอิงกับราคาตลาด เช่น 1 USDT มีค่าเท่ากัน หรือ ใกล้เคียงกับ 1 ดอลล่าห์สหรัฐ (ประมาณ 30 บาท) ตลอดเวลา โดยผู้ที่ออกสกุลเงินดิจิทัลนั้นจะต้องมีสินทรัพย์มาใช้ในการยึดโยงเพื่อรักษามูลค่าเอาไว้ เช่น Stable coin นั้นอาจจะถูกตรึงค่าไว้ผ่าน อสังหาริมทรัพย์ หรือ สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทอง น้ำมัน เป็นต้น

* SATOSHI  คือ ชื่อของผู้สร้าง Bitcoin และเป็นหน่วยย่อยที่สุดของ Bitcoin มีค่า 0.00000001 BTC

* SCRYPT คือ อัลกอริทึ่มที่ใช้ในการขุดเงินดิจิตอล

* SHA-256 คือ อัลกอริทึ่มที่ใช้ในการขุดเงินดิจิตอล บางชนิดเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นอัลกอริทึ่มของ Bitcoin

* SMART CONTRACT คือ สัญญาอัจฉริยะหรือการสร้างสคริปหรือโปรแกรมที่สามารถตั้งเงื่อนไขได้ เช่นการนำไปใช้ในการกู้ยืมเงิน เมื่อถึงเวลาผู้กู้จะต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยอัตโนมัติ

* TESTNET คือ ระบบ Test ของ Blockchain

* TRANSACTION BLOCK คือ กล่องที่เก็บธุรกรรมจำนวนหนึ่งของเงินดิจิตอล ซึ่งมีขนาดและเวลาที่จะถูกยืนยันต่างกันไปตามเงินดิจิตอลแต่ละชนิด

* TRANSACTION FEE คือ ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม Bitcoin ยิ่งจ่ายมากจะทำให้ธุรกรรมของเรายืนยันเร็วเพราะนักขุดจะเลือกยืนยันธุรกรรมที่มีค่าธรรมเนียมสูงก่อน

UBTC คือ หน่วยย่อยของ Bitcoin หรือคือ Microbitcoin มีมูลค่า 0.000001 BTC

* Yield farming เป็นกระบวนการที่นักลงทุนแต่ละคนนำสินทรัพย์ของตัวเองมาล็อคไว้ในระบบเพื่อเป็นรางวัล, Yield farming สามารถกล่าวได้ว่าเป็น liquidity mining เมื่อ นักลงทุนมีการนำสินทรัพย์นั้นไปลงทุน ก็จะจ่ายค่าตอบแทนเป็นรางวัลให้กับคนที่ลงทุนใน Yield farming ใน DeFi แอพพลิเคชัน โดย Yield farming จะเป็นผู้ให้บริการสภาพคล่องให้กับ DeFi แอพพลิเคชัน และ คนที่ลงทุนใน Yield farming ก็จะได้รางวัลตอบแทน ซึ่งอาจจะเป็นสินทรัพย์ของแพลตฟอร์มนั้น

Visitors: 58,289