เทรดน้ำมันในตลาดโลก Brent , WTI

ลักษณะที่สำคัญของราคาพลังงานในปัจจุบันคือ มีความผันผวนสูง, ซึ่งเป็นผลเกิดจากตัวแปรด้านการเมือง การเมืองระหว่างประเทศ การเพิ่มลดกำลังการผลิต สงคราม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งตัวแปรด้านอุปสงค์และอุปทานล้วนยังส่งผลกระทบต่อราคาของพลังงาน ซึ่งโดยปกติสิ่งที่มีผลสูงสุดคือการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ในช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรือง ความต้องการด้านพลังงานจะเพิ่ม ในทางกลับกันการใช้ลดลงในช่วงเศรษฐกิจหดตัว

นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ลักษณะที่เลวร้ายของสภาพภูมิอากาศ ก็ยังสามารถส่งผลกระทบต่อพลังงานได้โดยตรง ก่อให้เกิดการรบกวนกำลังการผลิตของน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ หรือ น้ำมันเตา นอกจากนี้ราคาของพลังงานโลกจะถูกกระทบอย่างมากจากความไม่มั่นคงทางการเมืองในแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ๆของโลก

น้ำมัน มีลักษณะเป็นการเทรด CFD เป็นตลาดที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก โดยราคาของน้ำมันมีการเคลื่อนที่ขึ้นลง ผันผวนอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดจังหวะ เกิดโอกาสในการเก็งกำไร ส่วนตัวมองว่าเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ดีมากๆ สำหรับนักลงทุนรายวัน หรือสายเดย์เทรด ที่ต้องการการเคลื่อนที่ของราคาที่รวดเร็ว ปัจจุบันเทรดเดอร์ใช้การเทรด CFD ในการซื้อขายน้ำมันในตลาด ซึ่งเป็นหนทางในการเข้าสู่ตลาดเก็งกำไรที่ง่ายที่สุด และนิยมที่สุดของเหล่าบรรดาเทรดเดอร์ทั่วโลก

*** ในปัจจุบันน้ำมันจะถูกนำมาอยู่ใน List ของ Forex Broker ที่มีมาตรฐาน หรือเป็นโบรกเกอร์ใหญ่ที่รู้จักๆกันกว้างขวางอย่างที่ผมใช้ (บางโบรกเกอร์ก็ไม่มีให้เทรด หรือมีแต่มีไม่ครบ) โดยที่นิยมกันจะเป็นการเทรด Brent Oil และ WTI

  น้ำมันดิบ Brent มาจากแหล่งในทะเลเหนือ (North Sea) คือทะเลระหว่างเกาะอังกฤษและกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย เนื่องจาก Brent มาจากแหล่งในทะเล ค่าขนส่งทางเรือจึงถูกกว่า .. ราคา Brent กินสัดส่วน 2 ใน 3 ของการอ้างอิงราคาน้ำมันดิบในโลก โดยประเทศกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันอย่าง OPEC ก็อ้างอิงราคาตาม Brent

  น้ำมันดิบ WTI มาจากแหล่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่แถบ Texas Louisiana และ North Dakota และเนื่องจาก WTI มาจากแหล่งบนบก ค่าขนส่งจึงแพงกว่า ก่อนยุค 2000 WTI มีราคาต่อบาร์เรลใกล้เคียงหรือค่อนไปทางสูงกว่า Brent แต่หลังจากต้นยุค 2000 เป็นต้นมา สหรัฐฯ ผลิต shale oil (น้ำมันที่แทรกอยู่ในชั้นหิน) ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ supply จากฝั่งสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ทำให้ราคา WTI กลับเป็นฝั่งที่ถูกกว่า Brent ตั้งแต่นั้น

ปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการขึ้นลงของราคาน้ำมัน

  • ปัจจัยที่ 1: สภาพเศรษฐกิจโลก

การเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน เมื่อศรษฐกิจเติบโต ความต้องการใช้น้ำมันจะสูงขึ้น ในทางกลับกันราคาน้ำมันอาจปรับตัวลดลงเมื่อเศรษฐกิจไม่ขยายตัวหรือถดถอย เพราะมีปริมาณน้ำมันมากกว่าความต้องการของตลาด เช่น กรณีการระบาดของโควิด-19 ในปี 2562-2563 แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 จึงส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  •  ปัจจัยที่ 2 : กำลังการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันและโรงกลั่น

ถ้าผู้ผลิตไม่สามารถผลิตน้ำมันได้เพียงพอกับความต้องการก็จะส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน หากความต้องการน้ำมันดิบลดลงเหลือน้อยกว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ผลิตได้ ก็จะทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หรือหากประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มอัตราการผลิต ทำให้มีปริมาณน้ำมันดิบในตลาดเพิ่มขึ้น ก็ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงได้เช่นกัน ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน (กลุ่ม OPEC) ได้มีการตกลงโควต้าการผลิตน้ำมันดิบ จึงส่งผลให้ทั่วโลกเผชิญกับปัญหาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

  • ปัจจัยที่3 : ฤดูกาลกับสภาพภูมิอากาศ

ฤดูกาลส่งผลกับราคาน้ำมันในตลาดโลก เมื่อฤดูเปลี่ยน อุปสงค์หรือความต้องการใช้น้ำมันปรับเปลี่ยนตามไปด้วย เช่น ในฤดูหนาว ประเทศแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา มีความต้องการใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นเพื่อทำความอบอุ่น (Heating Oil) เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนที่ผ่านมาประเทศในซีกโลกตะวันตกเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว รวมถึงผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้าย อุบัติเหตุ ในแหล่งผลิตน้ำมันทำให้การผลิตน้ำมันต้องหยุดชะงัก อาทิ สหรัฐประสบเหตุพายุเฮอริเคนพัดถล่มส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเพิ่มขึ้นเท่าตัว เป็นต้น  

  • ปัจจัยที่ 4 : ภูมิรัฐศาสตร์มีผลต่อราคาน้ำมัน

แถบตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เป็นภูมิภาคหลักของผู้ผลิตน้ำมันดิบในตลาดโลก หากบริเวณดังกล่าวเกิดความไม่สงบ หรือความขัดแย้งทางการเมือง การทหาร ก็จะส่งผลต่อปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ (Supply) ในช่วงเวลานั้น ๆ ได้ รวมไปถึงอุปสรรคการขนส่งในบางภูมิภาคของบางช่วงเวลา ก็ทำให้ปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ตลาดลดลงได้

  • ปัจจัยที่ 5 : ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดหลักของโลกนั้นซื้อขายกันด้วยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหรือความผันผวนเกิดขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินท้องถิ่นกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ต้นทุนในการซื้อน้ำมันดิบหรือน้ำมันสำเร็จรูปในแต่ละประเทศก็จะเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนไปด้วย

  • ปัจจัยที่ 6 : การเก็งกำไรของตลาด

น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปนั้นทำการซื้อขายกันในตลาดเปิด จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรของตลาดได้ รวมทั้งน้ำมันเป็นสินค้าใที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากบรรดานักลงทุนและการเก็งกำไร มีส่วนทำให้ราคาน้ำมันผันผวนได้

  • ปัจจัยที่7  : พลังงานทดแทนและการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพลังงาน

ในอนาคต หากการพัฒนาพลังงานทดแทนรูปแบบต่าง ๆ เช่น แสงอาทิตย์ ไฟฟ้า ไฮโดรเจน ฯลฯ สามารถผลิตได้เพียงพอต่อการใช้งานในราคาที่สามารถแข่งขันกับราคาน้ำมันได้ อาจส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง ตลอดจนนโยบายการยกเลิกการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในหลายประเทศ ก็อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลงได้

สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในโครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีกที่หน้าปั๊ม สำหรับประเทศไทยยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อราคาน้ำมัน ได้แก่   การปรับเปลี่ยนการเก็บภาษีและกองทุนต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐของแต่ละประเทศ รวมไปถึงค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันอีกด้วย  อย่างไรก็ตาม ในช่วงสถานการณ์ราคาน้ำมันขาขึ้น ภาครัฐจึงได้ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศให้มีเสถียรภาพ โดยที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 2,237 ล้านบาทต่อเดือน ในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศและคงราคาก๊าซหุงต้ม เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนผู้บริโภคและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศ นอกจากนี้ ยังติดตามดูแลความเหมาะสมของการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอยู่เสมอ

*ข้อมูลจาก สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)

CFD คืออะไร เทรดอย่างไร สามารถคลิกไปเรียนรู้ได้ที่นี้ >CLICK< (จริงๆมีลักษณะการเทรดแบบเดียวกันกับ FOREX ต่างกันคงแค่ชื่อเรียกลักษณะของสินค้าในตลาด

*** หากคุณยังไม่เคยเทรดเลย ลองเข้าไปดูภาพรวม เข้าใจง่ายๆ หลักการเทรดได้ที่นี้ >CLICK< การเทรดจะมีลักษณะเหมือนกับการเทรดทองคำ แค่เปลี่ยนสินค้าในการเทรดเป็น Brent Oil หรือ WTI แค่นั้น ***

จะเทรดน้ำมัน คุณจำเป็นต้องมีอะไรบ้าง? เริ่มต้นยังไง?

1.เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่คุณเลือก ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ต+ถ่ายรูปบิลแจ้งหนี้ที่มีชื่อคุณและที่อยู่ไม่เกินสามเดือน เพื่ออัพโหลดเป็นหลักฐานกับทางโบรกเกอร์  (*สำหรับผมใช้อยู่สองที่ -> XM / EXNESS)  และ บัญชีอีเมลล์ของคุณเอง สำหรับตอบรับการยืนยันการสมัคร + รับเลขที่บัญชี, login, Password, Server MT4 สำหรับการเทรด 

2.MobilePhone,คอมพิวเตอร์,Tablet อย่างใดอย่างนึงเพื่อใช้ในการโหลดโปรแกรมเพื่อใช้ในการเทรด MT4 for Android/iOS *แนะนำให้โหลดลง MobilePhone เลย เพราะจะง่ายในการทำความเข้าใจสำหรับการเทรด ซึ่งโดยปกติก็จะเทรดผ่านมือถือซะเป็นส่วนใหญ๋

3.บัญชีธนาคารของคุณ สำหรับฝากเงิน/ถอนเงิน ทางโบรกเกอร์


*** กราฟที่แนบมาทางด้านล่างจะเป็นกราฟการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันขณะปัจจุบันของ WTI แสดงผลแบบ Real Time คุณสามารถปรับเปลี่ยน TimeFrame และหยิบใช้เครื่องมือที่มีมาให้ มาใช้ในการวิเคราะห์เชิงเทคนิคอล ได้ตามต้องการ ***

*** ถัดลงไปจะเป็นกล่องแสดงผลของการขึ้นลงของราคาสินค้าในตลาดโดยรวม โดยแสดงผลแบบ Real Time คุณสามารถปรับเลือกตัวสินค้า , TimeFrame ต่างๆ ในส่วนของน้ำมันให้คุณเลือกไปที่ Commodities ทางแถบด้านบน นอกจากนั้นยังมีคำแนะนำช่วยตัดสินใจในการออกคำสั่งซื้อขายทางด้านขวาว่า Buy หรือ Sell ให้อีกด้วย ***

Technical Summary Widget Powered by Investing.com

This Technical Analysis is powered by Investing.com
www.BangkokForex.com Online Trading Since 2012 FullTimeTRADER อาชีพในฝันกับตลาดค่าเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก FOREX CurrencyExchange CyptoCurrency StockIndex GOLD OiL... Etc การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาอย่างละเอียดก่อนการลงทุน BangkokForex *ไม่สนับสนุนการระดมทุนในทุกกรณี

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

T E X T . M E . ทักทายกันได้ทางนี้ครับ
Visitors: 64,896